วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ผลข้างเคียงของการใช้ยาพาราเซตามอล



พฤติกรรมที่คนไทยนิยมซื้อยากินเอง โดยเฉพาะกลุ่มพาราเซตามอล
 ซึ่งหากรับประทานมากๆ อาจจะมีผลข้างเคียง อาทิ เช่น เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งไต
อาการตับวายและโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความชรา


ซึ่งในหลายประเทศมีการรณรงค์ไม่ให้ใช้ยาพาราเซตามอลแล้ว
ซึ่งการใช้ยาสมุนไพรคาวาริของไทยนั้นทำให้ไม่มีผลข้างเคียงต่อตับและไต
เนื่องจากผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% 

โดยสมุนไพรคาวาริ นั้นประกอบด้วยสารสกัดจากสมุนไพรที่มีสรรพคุณ
เมื่อได้รับประทานแล้วจะได้รับประโยชน์ดังนี้

ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรง เพราะร่างกายได้รับการกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลส์ภูมิคุ้มกันให้เพิ่มมากขึ้น 

ทำให้ต่อต้านโรคหรือสารปนเปื้อนและสารเคมี จากภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

และเซลส์ภูมิคุ้มกันที่ได้รับการกระตุ้นนี้ จะเพิ่มปริมาณและสามารถช่วยแก้ไขปัญหาภายในร่างกายได้ 

เช่น ปัญหาโรคต่าง ๆ ที่เป็นมานาน โรคเรื้อรัง และถ้าใช้ร่วมกับยาหรือรับการรักษาจากแพทย์ร่วมด้วย 

ก็จะทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานและมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นอย่างเร็วขึ้นไปอีก

ทำให้ร่างกายมีความสดชื่น กระฉับกระเฉง ไม่อ่อนเพลีย และไม่เมื่อยล้า

เนื่องจากมีพลังงานสำรองเต็มเวลา

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย จะมีเนื้อเหลวและหย่อนยาน หลังจากรับประทานเครื่องดื่มสมุนไพรคาวาริแล้ว 

จะช่วยให้เนื้อที่เหลวหย่อนยานกระชับแน่นขึ้น เป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น

คาวาริจะช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง มีน้ำมีนวล และทำให้ใบหน้าผ่องใส มีผิวอมชมพูเนียนใสดุจธรรมชาติ

และเครื่องดื่มสมุนไพรคาวารินี้ สามารถขจัดไขมันส่วนเกิน ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ต่อร่างกายออกไปได้ดี 

โดยจะทำให้รู้สึกว่า ร่างกายมีความเข็งแรงมากขึ้น เพราะว่าร่างกายได้ดึงเอาไขมันเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน 

จึงทำให้ร่างกายกระชับขึ้น โดยจะรู้สึกได้เมื่อรับประทานไปซักระยะหนึ่ง

และทำให้นอนหลับสบายมากกว่าเดิม สามารถนอนหลับได้ลึกขึ้น และไม่มีอาการขี้หลงขี้ลืม 

สมองและจิตใจปลอดโปร่ง

ช่วยในเรื่องระบบเจริญอาหาร และการขับถ่ายดีขึ้นเป็นลำดับ

จากผลการวิจัย พบว่า เครื่องดื่มสมุนไพรคาวาริสามารถช่วยชะลอความแก่ได้ดี 

ดังคำโบราณที่เปรียบว่า “เสมือนเป็นยาอายุวัฒนะ”

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ คาวาริ ชนิดน้ำและเม็ด

สมุนไพรสกัดได้คุณภาพมาตรฐาน จากสมุนไพรไทย มีสรรพคุณ ยับยั้งและต้านมะเร็ง เอดส์

เพิ่มภูมิคุ้มกัน ขยายหลอดเลือด ล้างไขมันในตับและในเส้นเลือด ลดคลอเรสตอรอล

เพิ่มสมรรภาพทางเพศ ช่วยลดการปวดประจำเดือน และในกรณีประจำเดือนไม่ปกติ

มีก้อนเนื้องอก และมีอาการประจำเดือนกระปริดกระปรอย สมุนไพรนี้ช่วยในการดูแลรักษา

เสริมสร้างเซลส์ใหม่และสร้างระบบเลือดลมให้ดีขึ้นได้

สนใจสั่งซื้อได้ที่ 0832628713 คุณนนท์


ประโยชน์ของแอล-อาร์จินีน


แอล-อาร์​จิ​นีน เป็น​กรด​อะ​มิ​โน​ พื้นฐาน...และ​เกี่ยวข้อง​กับ​ระบบ​เม​ตา​บอลิซึม​ภายใน​ร่างกาย​มนุษย์
โดย​เป็น​สาร​ตั้งต้น​ที่​สำคัญ​ใน​การ​สังเคราะห์​สาร​เคมี​ใน​ร่างกาย​หลาย​ประเภท
ได้แก่ โปรตีน ยูเ​รี​ย โ​พลี​อา​มี​น โ​พลี​น กลูเมต เคร​อา​ตีนและแอก​มา​ตีน

ประเด็น​น่า​สนใจ แอล-​อาร์​จิ​นีน มี​ความ​สัมพันธ์​อย่าง​ใกล้​ชิด​ต่อ​การ​สร้างสาร​ไนต​ริก​ออกไซด์
กรด​อะ​มิ​โน​ตัว​สำคัญ​อีก​ชนิด​หนึ่ง ที่​ร่างกาย​เรา สร้างขึ้น​เพื่อ​ทำ​หน้าที่​สำคัญ​หลาย​ประการ
นับ​ตั้งแต่การ​ส่ง​ผ่าน​ใน​ระบบ​ประสาท ความ​ยืดหยุ่น​ของ​หลอด​เลือด การ​ขจัด​สาร​พิษและ​ระบบ​ภูมิคุ้มกัน
เมื่อ​เป็น​เช่น​นั้น “แอล-อาร์​จิ​นีน” จึง​เป็น​เสมือน​สาร​ตั้งต้น ให้ร่างกาย​ผลิต​สาร​ไนต​ริก​ออกไซด์
เพื่อ​ให้​ระบบ​ต่างๆใน​ร่างกาย​ทำ​งาน​อย่าง​สมดุล โดยเฉพาะ​หลอด​เลือด​และ​หัวใจ
ให้​มี​ความ​คลาย​ตัว​และ​ยืดหยุ่น ทำให้​เลือด​สามารถ​ไหล​เวียน​ได้​อย่าง​สะดวก ระดับ​ความ​ดัน​โลหิต​อยู่​ใน​เกณฑ์​ปกติ
 แอล-อาร์​จิ​นีนเป็น​กรด​อะ​มิ​โน​สำคัญ ที่​ช่วย​ฟื้นฟู​ร่างกาย​ให้​กับ​ผู้​ป่วย ให้​สามารถ​กลับ​มา​มี​คุณภาพ​ชีวิต​ที่​ดี​ขึ้น
การนำสารแอล-​อาร์​จิ​นีน มา​ใช้​ใน​การ​ดูแล​ผู้​ป่วย​ตั้งแต่​ปี 1991 โดยเฉพาะ​ผู้​ป่วย​โรค​เบาหวาน 
เมื่อ​ได้​รับ​การ​บำบัด​ฟื้นฟู  พบ​ว่า​ผู้​ป่วย​มี​สุขภาพ​ที่​ดี​ขึ้น  ลด​จำนวน​ผู้​ป่วยของโรค​หัวใจ​ล้มเหลว​
และ​โรค​หลอด​เลือด​ตีบ​ใน​ขั้น​รุนแรง รวม​ทั้ง​ผู้​ป่วย​ที่​ต้องตัด​อวัยวะ​ส่วน​ใด​ของ​ร่างกาย​ออก​ไป​เนื่องจาก​เบาหวาน

“กรด​อะ​มิ​โน​พื้นฐาน มี​คุณ​ประโยชน์​ต่อ​ร่างกาย​มหาศาล” และยังช่วย​ในเรื่อง​การ​ทำ​งาน​ของ​เซลล์​สมอง
ต่อต้าน​ความ​ชรา  เพิ่ม​ภูมิคุ้มกัน​ให้​กับ​ร่างกาย  ช่วย​ทำ​ความ​สะอาด​หลอด​เลือดและ​หัวใจ
รวม​ถึง​เสริม​สร้าง​กลไก​ทาง​เพศ​ให้​ทำ​งาน​ปกติ

“แอล–อาร์​จิ​นีน” ชื่อ​นี้​คน​ไทย​อาจ​ไม่​คุ้น​หู จะ​มี​ประโยชน์​มาก​น้อยแค่ไหน​กับ​ร่างกาย​ยัง​เป็น​เรื่อง​ที่​ต้อง​พิสูจน์


ซึ่งสารสกัดแอลอาร์จินิน นี้เป็นส่วนผสมสำคัญของ Gold Number 9 

ดูแลตัวเองให้หลีกพ้น 4 โรคร้าย

ดูแลตัวเองให้หลีกพ้น 4 โรคร้าย
โรคร้ายที่ว่าคือ เบาหวาน ความดัน มะเร็ง โรคอ้วน
ซึ่งทุกวันนี้ โรคร้ายนี้มักจะเป็นกันแทบทุกบ้าน 
การดูแลรักษาตัวให้ห่างไกลโรคนั้นควรเริ่มตั้งแต่ที่ บ้าน
ทำบ้านให้ปลอดควันบุหรี่ เพราะควันบุหรี่ไม่ได้ทำร้ายเฉพาะผุ้สูบ แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพของคนรอบข้างด้วย เช่น มีการพบว่าสามีสูบบุหรี่ ภรรยาเป็นมะเร็งปอด เนื่องจากได้รับสารพิษจากควันบุหรี่ที่สามีสูบ ขณะที่ผุ้สูบบุหรี่เองมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย อัมพฤกษ์ อัมพาต ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่สูบบุหรี่ อาจทำให้ลูกพิการแต่กำเนิด

ทุกบ้านมีอาหารสุขภาพ คืออาหารที่ลดเกลือ เนื้อน้อย ด้อยไขมัน น้ำตาลต่ำ มาจากธรรมชาติปราศจากภัย ซึ่งถ้าหารนึกไม่ออกว่าอาหารที่ดีต่อสุขภาพมีหน้าตาอย่างไร ก็ขอยกตัวอย่างอาหารตามโรงพยาบาลที่ทำให้ผู้ป่วยรับประทาน คืออาหารรสจืดที่มีการปรุงแต่งน้อยนั่นเอง

อยู่บ้านให้ขยับกระฉับกระเฉง ฉะนั้นจึงไม่ควรนั่งนอนดูโทรทัศน์มากเกินไป เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่าการนั่งดูโทรทัศน์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป เพิ่มโอกาสการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด และเพิ่มโอกาสการเสียชีวิต ระหว่างดูโทรทัศน์จึงควรต้องลุกขึ้นมาขยับเขยื้อนร่างกายบ้าง เช่น อาจเดินหรือย่ำเท้าอยู่หน้าโทรทัศน์ และที่สำคัญให้ยืน เดิน และออกกำลังกายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน

วัดเองที่บ้าน น.ค.ร.
น. ตัวแรกคือน้ำหนัก ไม่ควรน้ำหนักเกิน หลักการง่ายๆ ที่จะดูว่าเราน้ำหนักเกินหรือไม่ คือให้ดูว่าตอนอายุ 20 ปี น้ำหนักเท่าไหร่ แล้วเอาน้ำหนักช่วงนั้นเป็นเกณฑ์ ถ้าหากน้ำหนักปัจจุบันมากกว่านั้นก็ถือว่าน้ำหนักเกิน ซึ่งยิ่งจะส่งผลให้อวัยวะเสื่อมมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น จึงควรน้ำหนักลง นอกจากนี้การที่น้ำหนักตัวมากขึ้น จะทำให้หัวใจต้องทำงานหนักตามไปด้วย
ค. ตัวที่สองคือความดัน ถ้าวัดที่โรงพยาบาลความดันตัวบนไม่ควรเกิน 120 มิลลิเมตรปรอท โดยถ้าเกิน 140 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าความดันสูง แต่ถ้าวัดเองที่บ้านความดันควรลดลงมา 5 มิลลิเมตรปรอท คือความดันตัวบนไม่ควรเกิน 115 มิลลิเมตรปรอท ถ้าเกิน 135 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นความดันสูง
ร. คือรอบเอว ผู้ชายรอบเอวไม่ควรเกิน 90 เซนติเมตร ส่วนผู้หญิงไม่ควรเกิน 80 เซนติเมตร
หากเราดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอเชื่อแน่ว่าไม่ว่าอายุมากขึ้นเท่าไร สุขภาพที่สมบูรณ์ก็ยังเป็นของคุณ

ที่มา : นิตยสาร HealthToday ปีที่ 11 ฉบับ 128 พฤศจิกายน 2554
ภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ท

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

โรคต่าง ๆ ที่กำลังเป็นโรคยอดฮิต

ตอนนี้มีโรคต่าง ๆ มากมาย
ในปัจจุบันนั้น แบ่งแยกโรคต่าง ๆ ได้ตามอาการได้ดังนี้

1.โรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย
เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ความจำเสื่อม
โรคหัวใจ เส้นเลือดตีบ เหน็บชา โลหิตจาง
อ่อนเพลีย ไมเกรน อัมพฤต อัมพาต
โรคกระเพาะ โรคลำไส้ วัยทอง อาการปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ประจำเดือนมาไม่ปกติ โรคเสื่อมสมรรถภาพ

2.โรคที่เกิดจาก การมีสารพิษตกค้างในร่างกาย
เช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ หอบหืด ไขข้ออักเสบ โรคตับแข็ง
ไตวาย ปอดอักเสบ ทอลซิล ริดสีดวงทวาร
ไทรอยด์ รูมาติซั่ม นิ่ว
โรคผิวหนัง สะเก็ดเงิน กลาก เกลื้อน ลมพิษ สิว ฝ้า

3.โรคที่เกิดจาก การได้รับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา
เช่น โรคภูมิค้มกันบกพร่อง โรคภูมิแพ้ตัวเอง ไข้เลือดออก
ไขหวัดใหญ่ วัณโรค ไวรัสตับอักเสบ งูสวัด กามโรค
ไข้หวัดนก โรคซาร์ มาลาเรีย ท้องร่วง

โรคทั้งสามที่กล่าวมานั้นเป็นโรคที่ต้องใช้ระยะเวลาและเงินทองจำนวนมากในการรักษา
และเมื่อรักษาไปแล้วก็รักษาไม่หายด้วย ซึ่งในที่สุดก็ต้องเสียชีวิตลง

สมุนไพรคาวาริและคาวาริโกลด์ช่วยท่านได้ เพราะมีผลการวิจัยในหลายประเทศว่า
มีส่วนประกอบสำคัญในการบำรุงร่างกายให้ สุขภาพแข็งแรง ช่วยป้องกันและบรรเทาได้ทุกโรค
โดยเฉพาะผลงานการวิจัยผู้ป่วยโรคมะเร็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง(HIV.)
ซึ่งมีผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากที่มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรงดีขึ้น
สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างคนปกติ

อีกทั้งสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ฯ
ได้เผยแพร่สรรพคุณของสมุนไพรคาวตองจนเป็นที่ยอมรับ
และเป็นที่ต้องการของผู้ที่รักสุขภาพ
อยากมีร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส และหายป่วยจากโรคต่างๆ
ทำให้เกิดกระแสการบริโภคคาวตองขึ้นอย่างรวดเร็ว
จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นสมุนไพรมหัศจรรย์แห่งประเทศไทยอย่างแท้จริง

ผักคาวตอง หรือพลูคาว ต้านมะเร็ง

ผักสมุนไพรที่มีสารต่อต้านมะเร็งนี้

มีชื่อว่า " คาวตอง" (Houttuyniardata Thund) เป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นพืชตระกูลเดียวกับพลู แต่มีลักษณะแตกต่างกันที่ใต้ใบจะมีสีแดงตั้งแต่อ่อน ๆ ไปจนถึงแดงเข้ม
เมื่อนำมาใส่มือขยี้เบาเบา จะมีกลิ่นเหมือน กลิ่นคาวปลาออกมารุนแรงมาก

ประโยชน์ของคาวตองหรือพลูคาว ที่เป็นส่วนผสมในสมุนไพรสกัดเข้มข้น คาวาริ และ คาวาริโกลด์นั้นใช้ในการบรรเทาอาการของโรคต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
• เบาหวาน
• วิงเวียนศีรษะ โรคลม ช่วยบำรุงเลือด
• โรคไมเกรน ปวดศรีษะ
• ความดันโลหิตสูง, ต่ำ
• เส้นโลหิตตีบ, ตัน
• โรคกระเพาะ, ลำไส้ไม่ปกติ, ระบบขับถ่ายมีปัญหา
• โรคเก๊าต์ ปวดตามกระดูกตามข้อต่าง ๆ
• ริดสีดวงทวาร ประจำเดือนไม่ปกติ
• อาการวัยทองทั้งหญิงทั้งชาย
• โรคภูมิแพ้, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง



เมื่อนำมาสกัดเป็นส่วนผสมในสมุนไพรคาวาริ และคาวาริโกลด์ และได้ทดลองกับผู้ป้วย
โรคมะเร็ง 5 ชนิด มาเป็นเวลานาน แล้วพบว่า
1. มะเร็งปอด
2. มะเร็งต่อมไทรอยด์
3. มะเร็งปากมดลูก
4. เนื้องอกบริเวณสมอง
5. เนื้องอก Soft Tissuesarcoma


หลังจากที่ใช้บำรุงร่างกายควบคู่กับการรักษาจากแพทย์โดยการฉายรังสีและการรักษาทางคีโม
ผลการวิจัยปรากฏว่า
สามารถทำให้ผู้ป่วยมะเร็งหายจากโรคร้ายนี้ได้รวดเร็วกว่าการรักษา แบบปกติ

และจากการทำวิจัยนี้ ได้พบว่าสีแดงใต้ใบของคาวตองเป็นสารเฮลตีแบคทีเรีย
ซึ่งมีจุลินทรีย์ และแลคโตบาซิลัสสายพันธุ์หนึ่ง ที่ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายของมนุษย์ ให้ทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตและต้านทานเนื้องอก (Anti - Tumor) พร้อม ๆ กับช่วยขับพิษที่เป็นสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย

ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า คาวาริ และคาวาริโกลด์ นั้น สามารถยับยั้งและต้านทานมะเร็งได้
เป็นอย่างดี

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

ขมิ้นชันช่วยรักษาอาการอักเสบหัวใจให้ดีขึ้น

สารเคอร์คูมินช่วยให้การอักเสบที่หัวใจดีขึ้นในหนูที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
การศึกษาในหนูแรทที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่กล้ามเนื้อหัวใจ
ด้วยการฉีด myosin 0.1 มล. เข้าที่รองอุ้งเท้า (footpad) ของหนู จากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์
แบ่งหนูออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มที่ได้รับสารเคอร์คูมินจากขมิ้นชัน ขนาด 50 มก./กก./วัน และกลุ่มที่ 2 ได้รับสาร 1% gum Arabic ขนาดเท่ากัน เป็นเวลา 3 สัปดาห์
ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มที่ได้รับสารเคอร์คูมิน สามารถลดอัตราส่วนระหว่างน้ำหนักหัวใจต่อน้ำหนักตัว
ลดจำนวนเซลล์ และพื้นที่ที่ทำให้เกิดการอักเสบ รวมทั้งลดระดับของโปรตีน (interleukin-1-beta, tumor necrosis factor-alpha, nuclear factor kappa Bp65 และ GATA-4) ที่ทำให้เกิดการอักเสบที่กล้ามเนื้อหัวใจ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ 1% gum Arabic

จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่า สารเคอร์คูมินจากขมิ้นชันมีฤทธิ์ที่ป้องกันการอักเสบหัวใจในหนู ที่เหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบที่กล้ามเนื้อหัวใจ โดยมีผลลดระดับโปรตีน(interleukin-1-beta, tumor necrosis factor-alpha, nuclear factor kappa Bp65 และ GATA-4) ที่ทำให้เกิดการอักเสบได้

ข้อมูลจาก 
หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



 รศ.ดร.สมชาย ปิ่นละออ อาจารย์ประจำภาควิชาปรสิตวิทยา ในฐานะผู้วิจัยจากนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ซึ่งนำ "เคอร์คูมิน" สารสกัดบริสุทธิ์จากขมิ้นชัน มาทำการศึกษาวิจัย เรื่อง "ผลของเคอร์คูมินต่อการสร้างหลอดเลือดในโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่สัมพันธ์กับโรคพยาธิใบไม้ตับในสัตว์ทดลอง" ภายใต้การสนับสนุนของศูนย์วิจัยพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี คณะแพทยศาสตร์ มข.
 "เราพบว่าหนูทดลองที่กินอาหารผสมเคอร์คูมิน สามารถชะลอการเกิดมะเร็ง  จำนวนหนูตายลดลง และขนาดของก้อนมะเร็งก็ลดลงได้ ขณะเดียวกัน ผลจากหลอดหลองพบว่า เคอร์คูมินมีฤทธิ์ในการฆ่าเซลล์มะเร็งท่อน้ำดีเพาะเลี้ยงจากมนุษย์ได้ด้วย" รศ.ดร.สมชาย กล่าว
     ทั้งนี้ ในกระบวนการทดลองยังพบว่า สารเคอร์คูมินในขมิ้นชัน มีคุณสมบัติไม่ละลายในน้ำ ดังนั้นการดูดซึมจึงไม่ดีพอ รวมทั้งไม่สามารถคงตัวอยู่ได้นานในกระแสเลือด รศ.ดร.สมชาย จึงได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  พัฒนาให้เป็น "นาโนเคอร์คูมิน" เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งอยู่ในช่วงของการศึกษาวิจัย หากได้ผลการทดลองที่ดีในอนาคตจะพัฒนานำมาใช้ในมนุษย์ต่อไป
     อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักวิจัยจะค้นพบสารเคอร์คูมิน ที่ช่วยยับยั้งโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ แต่สิ่งสำคัญที่จะสามารถช่วยลดจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้นั้น คือการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันตนเอง ไม่รับประทานอาหารแบบสุกๆ ดิบ เพื่อให้ห่างไกลจากโรคพยาธิใบไม้ตับ...ต้นต่อที่จะเสี่ยงเป็นโรคร้ายอย่างมะเร็งท่อน้ำดี นั้นเอง

ข้อมูลจาก 
http://www.siamrath.co.th/web/?q=node/39094

รายงานการวิจัยสารสกัดกระชายดำ

สารสกัดจากกระชายดำปกป้องหัวใจ
การศึกษาผลของสารสกัดจากกระชายดำ
ที่สกัดด้วยเอทานอลต่อการทำงานของหลอดเลือดแดงใหญ่และหัวใจหนูแรท
ที่แยกจากตัวสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดจากกระชายดำ ขนาด 10-6-10-3 มคก./มล.
ทำให้หลอดเลือดแดงใหญ่ขยายตัว โดยการคลายตัวของหลอดเลือดเปลี่ยนแปลงตามความเข้มข้นของสารสกัดที่เพิ่มขึ้น การศึกษากลไกของสารสกัดจากกระชายดำต่อการขยายตัวของหลอดเลือดแดง พบว่า สารสกัดจากกระชายดำออกฤทธิ์ต่อเซลล์เอนโดทีเลียม (endothelium) โดยกระตุ้นการทำงานของ guanylate cyclase และ nitric oxide syntase (NOS) แต่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ cyclooxygenase (COX) ซึ่งเอนไซม์ทั้ง 3 ชนิดนี้มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด
สารสกัดจากกระชายดำยังออกฤทธิ์ต่อเซลล์กล้ามเนื่อเรียบโดยตรง
โดยยับยั้งการไหลเข้าของแคลเซียมไอออนเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อเรียบ
ซึ่งส่งผลให้หลอดเหลือดขยายตัวตามมา
นอกจากนี้สารสกัดจากกระชายดำยังลดอนุมูลอิสระอีกด้วย
ส่วนการศึกษาในหัวใจของหนูแรทที่แยกจากตัวสัตว์ทดลองให้มีการขาดเลือดหรือสารละลายไปเลี้ยง โดยทำให้หัวใจขาดสารละลาย Kerbs-Henseleit ไปเลี้ยง 20 นาที แล้วให้สารละลายกลับไปเลี้ยงหัวใจ (reperfusion) 30 นาที พบว่าความดันไดแอสโตลิกสุดท้ายของหัวใจห้องล่างซ้าย (LVEDP)
ของหัวใจที่มีการขาดเลือด มีค่าเพิ่มขึ้น แสดงถึง preload หรือปริมาณเลือดที่คั่งค้างอยู่ในหัวใจห้องล่างซ้ายเพิ่มขึ้น และการเปลี่ยนแปลงความดันต่อเวลาของหัวใจห้องล่างซ้าย (dP/dt) มีค่าลดลง แสดงถึงแรงในการบีบตัวของหัวใจห้องล่างซ้ายลดลง ขณะที่ในหัวใจของหนูแรทที่มีการขาดเลือดและได้รับสารสกัดจากกระชายดำ ขนาด 100 ไมโครกรัม/มล. มีการทำงานดีขึ้น โดยมีค่า LVEDP ลดลง และค่า dP/dt เพิ่มขึ้น สรุปได้ว่า สารสกัดจากกระชายดำมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ขยายหลอดเลือด และทำให้การทำงานของหัวใจหนูแรทดีขึ้น

ข้อมูลจาก 
หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

ซึ่งสารสกัดกระชายดำเป็นส่วนผสมของเครื่องดื่มสมุนไพรคาวาริ
และอาหารเสริมสมรรถภาพท่านชาย Gold Number 9

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท